แชร์เก็บไว้เลย! 10 วิธี ดูแลตัวเองหลังศัลยกรรม ไม่ให้บวม แผลหายไว เข้าที่ได้เร็ว ฉบับคุณหมอ

 

ใครที่ติดตาม Nana Clinic คงทราบกันแล้วว่า ก่อนหน้านี้เราได้พูดถึงการเตรียมตัวก่อนศัลยกรรม เพื่อให้คุณมีความพร้อมเข้ารับศัลยกรรม เสริมความสวย อัพความหล่อแบบไม่ต้องกังวล! คราวนี้เราก็ได้ลิสต์ 10 วิธี ดูแลตัวเองหลังศัลยกรรมบริเวณใบหน้ามาฝากค่า แต่ยกเว้นการเติมไขมัน สเต็มเซลล์หน้าเด็กนะคะ รับรองว่า ทำตามนี้เข้าที่ได้เร็ว ไม่ต้องกลัวว่าบวมนาน แถมช่วยลดอาการปวด ลดรอยช้ำได้อย่างดี ทำให้แผลหายไว ใช้ชีวิตง้ายง่าย ฉบับคุณหมอ ห้ามพลาดค่ะ

  1. ประคบเย็น

หลังจากศัลยกรรมทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด ต้องประคบเย็นทันทีค่ะ เพื่อช่วยลดอาการบวมช้ำ ทำให้เลือดที่ซึมออกมาหยุดไหล พร้อมลดความปวดจากแผลได้ด้วย สำหรับเคสที่ผ่าตัด จะต้องประคบติดต่อกัน 48 ชั่วโมงหลังผ่าทันที ส่วนเคสที่ไม่ได้ผ่าตัด ให้ประคบทุก 3-5 ชั่วโมง จะช่วยให้รอยช้ำบวมดีขึ้นค่ะ

  1. งดสครับ ขัด พอก นวด เลเซอร์ทั้งหมด

ไม่ว่าจะฉีดไขมันหน้าเด็ก ฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ ศัลยกรรมตกแต่งใดๆ บริเวณใบหน้า ก็ไม่ควรสครับ ขัดถูนวดแรงๆ บริเวณแผล รวมถึงการทำทรีทเม้นท์ เลเซอร์ก็ต้องเว้นไปก่อนเช่นกัน เว้นแต่การศัลยกรรมหน้าอก สามารถทำทรีทเม้นท์ใบหน้าได้ค่ะ

  1. บุหรี่ แอลกอฮอล์ อาหารโซเดียมสูง รสจัดจ้านต้องงด!

ของหมักดอง อาหารทะเลบางชนิดที่ผ่านกรรมวิธีหมักดอง อาหารโซเดียมสูง อาหาร    รสจัด ล้วนแต่เป็นของแสลงที่ไม่ควรทานหลังศัลยกรรมค่ะ เพราะอาจจะทำให้แผลอักเสบหายช้า เกิดอาการบวมมากขึ้นกว่าเดิม เคราะห์ร้ายแผลก็อาจติดเชื้อได้เชียวนะ ส่วนบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ต้องงดเช่นกัน ถ้าให้ชัวร์ก็เว้นไปเลยอย่างน้อย 4 สัปดาห์ค่ะ เพราะเขามีสารที่ไปขัดขวางการซ่อมแซม ฟื้นฟูเนื้อเยื่อของร่างกายนั่นเอง

  1. หลีกเลี่ยงความร้อน การออกกำลังกาย

หลีกเลี่ยงความร้อน แสงแดด อากาศร้อนอบอ้าว และต้องไม่ควรออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด อย่างน้อย 2 สัปดาห์ค่า

  1. ประคบอุ่น

หลังจากประคบเย็นครบ 48 ชั่วโมงแล้ว เราสามารถประคบอุ่นได้ค่ะ ส่วนมากคุณหมอจะแนะนำให้ประคบอุ่นหลังจากศัลยกรรมไปแล้ว 1 สัปดาห์ แต่บางเคสถ้ารู้สึกว่าประคบเย็นต่อจาก 48 ชั่วโมง แผลยิ่งบวมตึง เจ็บมากขึ้น ก็ต้องหันมาใช้ผ้านุ่มๆ ชุบน้ำอุ่นแบบอุ่นสบาย ไม่ร้อน! มาประคบไว้ได้ เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดี พังผืดที่เกาะบริเวณแผลคลายตัว อีกทั้งทำให้ลิ่มเลือดที่ค้างอยู่สลายไปได้ค่า

  1. ทานยาลดบวม ลดอักเสบ

สำหรับใครที่รู้สึกปวดบริเวณแผลมากๆ บริเวณนั้นตึงอักเสบแดงจนทนไม่ไหว ก็สามารถทานยาลดบวม แก้อักเสบ เพื่อบรรเทาอาการปวดและช่วยให้บริเวณแผลอักเสบน้อยลงค่ะ

  1. การนอนยกสูงกว่าระดับหัวใจ

การนอนยกศีรษะให้สูงกว่าระดับหัวใจ คนที่ทำศัลยกรรมจมูกหรือผ่าตัดบริเวณใบหน้าห้ามลืมเด็ดขาด เพราะจะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี ไม่คั่งบริเวณแผล ทำให้อาการบวมลดลง เลี่ยงการนอนตะแคง นอนคว่ำนะคะ ได้ไม่ต้องเสี่ยงจมูกเสียทรง!

  1. อาหารฤทธิ์เย็น ต้านบวม

ช่วงหลังศัลยกรรมจะเกิดอาการบวมช้ำ เป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นถ้าใครอยากให้เข้าที่ไว   ก็ควรทานผักผลไม้ฤทธิ์เย็น เช่น ข้าวกล้องเหลือง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง เห็ด ผักกาดขาว ผักกาดหอม ผักกวางตุ้ง รางจืด แตงโม แอปเปิ้ล สตรอเบอร์รี่  จะช่วยลดอาการบวมช้ำ และช่วยสมานแผล ฟื้นฟูเซลล์ผิวได้ค่ะ ที่สำคัญควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอต่อวันด้วยนะ

  1. เลี่ยงการล้างหน้า

ข้อนี้สำคัญมาก! ไม่ว่าคุณจะศัลยกรรมบริเวณใบหน้ารูปแบบไหน ก็ไม่ควรล้างหน้าก่อนเพราะการถูบริเวณใบหน้าจะเป็นการรบกวนบาดแผล ทำให้แผลอักเสบและติดเชื้อได้ ดังนั้นควรใช้สำลีชุบน้ำบิดหมาดเช็ดหน้าไปก่อน ส่วนการล้างหน้าควรงด นานแค่ไหนจะขึ้นอยู่กับการศัลยกรรมที่คุณทำค่า ถ้ามีการผ่าตัดร่วมด้วยอาจจะต้องงดเว้นสักระยะ หรือล้างหน้าหลังตัดไหมค่า

  1. เช็ดตัว ไม่ให้แผลสัมผัสน้ำ

สาวๆ หนุ่มๆ ที่ศัลยกรรมบริเวณร่างกาย ต้องทำใจงดอาบน้ำไปกันหน่อยค่ะ เช่น สาวๆ ที่เสริมหน้าอก อัพไซส์ ศัลยกรรมตกแต่งเรือนร่าง หรือการดูดไขมันทั่วตัว แผลจะได้ไม่สัมผัสน้ำโดยตรง ซึ่งอาจทำให้แผลอักเสบมากขึ้นและติดเชื้อได้ แต่เราก็แอบเชื่อนะคะว่า หลายคนคงขี้เกียจอาบ ไหนจะปวดแผล แล้วต้องทุลักทุเลอีก อ้อ! ส่วนจะงดอาบน้ำนานเท่าไรนั้นต้องปรึกษากับคุณหมอที่ดูแลแล้วล่ะ

มาถึงตรงนี้ใครที่กำลังจะศัลยกรรมก็อย่าลืมนำ 10 วิธีดูแลตัวเองหลังศัลยกรรมของเราไปทำตามกันนะคะ ยิ่งใส่ใจดูแลตัวเองมากเท่าไร แผลก็จะยิ่งหายไว แถมเข้าที่ไวขึ้นด้วยค่า

ใครมีความกังวลใจเกี่ยวกับรอยเป็นทั้งรอยเล็ก รอยใหญ่  ไม่สามารถรักษาให้หายได้ตามวิธีธรรมชาติ  สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษาด้วยวิธี LED รักษาแผลเป็นได้ฟรีที่ แฟนเพจ : Nana Clinic by Dr.Aong เสริมหน้าอก ดูดไขมัน เติมไขมันหน้าเด็ก เชียงใหม่

แชร์เก็บไว้เลย! 10 วิธี ดูแลตัวเองหลังศัลยกรรม ไม่ให้บวม แผลหายไว เข้าที่ได้เร็ว ฉบับคุณหมอ